วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 ประเพณีลอยกระทง


มหาวิทยาลัยบูรพา 169 ถ.ลงหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี 20131
 
องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้
    วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายนตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
   ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาและขอขมาพระแม่คงคาด้วย

วัตถุประสงค์ 
๑. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ประเพณี อันดีงามของไทย(โดยเฉพาะประเพณีลอยกระทงของแต่ละท้องถิ่น) ไว้สืบทอดต่อไป 
๒. เพื่อส่งเสริมให้งานประเพณีลอยกระทง เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยว โดยสามารถนำเสนอในรายการนำเที่ยวเป็นประจำทุกปี ในอนาคตอย่างยั่งยืน 
๓. เพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวและรายได้ พร้อมทั้งขยายวันพักของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
๔. เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศในช่วงเทศกาลประเพณีลอยกระทง และการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดเดือนพฤศจิกายน

กลุ่มเป้าหมายหลัก/กลุ่มผู้เรียนหลักในการเรียนรู้
เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป สามารถเข้ามาหาความรู้ได้ตลอดเวลา โดยจะเน้นไปที่เด็กและเยาวชนจะเป็นการ อนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชนทั่วไป

วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน/กลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ 
มหาวิทยาลัยบูรพา ได้มีการจัดงานวันลอยกระทง จัดการแสดง การประกวดนางนพมาศ  มีการสาธิตการทำกระทงที่มีความปราณีตสวยงาม มีการจัดแสดงถึงความเป็นมาของวันลอยกระทง ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย มีการจัดแบ่งโซนกิจกรรมที่แสดงถึงประเพณีวันลอยกระทง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม การละเล่นต่างๆ ตามความเหมาะสม และมีความเป็นระเบียบ 


  การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
  - มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดมาเป็นเวลานาน เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรม
 - ได้เรียนรู้ได้ด้วยตนเองตามที่ตนเองสนใจ ความถนัดและความสนใจ โดยการบูรณาการ การเรียนร่วมกับการเรียนการสอนวิชาอื่นๆทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา และการศึกษาภายในโรงเรียน การศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย 
- ได้เรียนรู้แบบผสมผสานสาระความรู้ ด้านต่าง ๆ รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทำให้ผู้เรียนฝึกคิดอย่างหลากหลายและสร้างสรรค์จินตนาการรวมทั้งได้แสดงออกอย่างมีเหตุผลและชัดเจน

โครงงาน สือวีดีทัศน์



แหล่งการเรียนรู้ที่ได้จัดทำคือ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล  มหาวิทยาลัยบูรพา

   สาเหตุที่เลือกสถานที่แห่งนี้  เพราะ แหล่งการเรียนรู้นี้ เพราะ ว่าง่ายต่อการเข้าถึง  และแห่งการเรียนรู้นี้ ง่ายต่อการเชื่อมโยง  ต่อวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการเรียนรู้

วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทัศนศึกษา


ทัศนศึกษา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล 
และ หอศิลปวัฒนธรรม ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา
วันที่ 20 พฤศจิกายน  2555

สถาบันวิทยาศาสตร์ ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

     













      
    20 พฤศจิกายน  2555 ผมได้ไปทัศนศึกษา ในรายวิชา การใช้แหล่ง
ทรัพยากรการเรียนรู้ ช่วงเช้ามีการนัดพบกันที่ร้านอาหารข้างสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เมื่อ
ถึงเวลาก็ได้เข้าไปที่หน้าสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้พบกับพี่วิทยากร "จิรศักดิ์ แช่มชื่น"
เป็นวิทยากรที่ให้ความรู้ แนะนำตลอดการเยี่ยมชมสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล

วิทยากรให้ความรู้
         การเข้าชมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพราะเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา เริ่มแรกพี่จิรศักดิ์ก็ได้อธิบาย ถึงสาเหตุว่าที่มหาให้สถาบันวิทยาศาตร์ทางทะเลเป็นแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบ เนื่องจากว่า สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพานี้ เป็นแหล่งที่ให้ความรู้ มีการเข้าออกที่สะดวก มีสื่อมีนวัตกรรมใหม่ๆที่เป็นสื่อเพื่อให้ผู้ที่เข้าชมได้ศึกษาด้วยตนเอง
คำอธิบายความรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเล


   น้ำทะเลที่ใช้ในการเลี้ยงปลา นำมาจากน้ำทะเลที่แสมสาร สัตหีบ เพราะว่า มีค่าความซารีนนีตี้ที่เลี้ยงปลาได้ โดยใช้วิธีบรรทุกน้ำมาวันละ 3 รอบ มีการวัดค่าความเค็มต่างๆ ก่อนที่จะนำปลามาใส่ตู้ โดยต้องเตรียมตู้ก่อน ประมาณ 1 เดือน ต้องใช้สาหร่ายเพื่อปรับคุณภาพน้ำก่อน ซึ่งแต่ละตู้นั้นก็มีราคาที่แพง
ภาพปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล และปะการัง
      ปะการังนั้นเป็นสัตว์ทะเล ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ปะการังในตู้ที่แสดงมักมีดอกไม่ทะแลอาศัยอยู่ด้วย โดยปรกติปากกาลังจะพึ่งพาสาหร่อยทำให้ปะการังนั้นกลายเป็นสีๆ ซึ่งปะการังปกตินั้นจะไม่มีสี ปกติปะการังจะใช้แสงอาทิตย์นั้นเพิ่มความเจริญเติบโต(สัมพันซิมใบโอซิสกับสาหร่าย) ในที่นี้จึงต้องใช้ไฟที่เลียนแบบแสงอาทิตย์ให้กับประการังเติบโต ในตู้ที่จัดแสดงมีหินที่ใช้เป็นหินเทียม นำเปลือกหอยนางรมมาบดและปั้นเป็นรูปหิน   
ภาพดอกไม้ทะเล ชนิดมีแสง
         ปลาการ์ตูนอยู่ในดอกไม้ทะเล มีพิษ ปลาชนิดอื่นที่ไปเกาะอาจจะตายได้ แต่ปลาการ์ตูรมีสารเคลือบผิวอยู่ทำให้ไม่เกิดอันตรายต่อมัน (ภาวะซิมใบโอซิส)
ดาวทะเล
ภาพเท้าของดาวทะเล



ทากทะเล
ฉลาม
     ราชินีแห่งท้องทะเล คือ ทากทะเล ราชาแห่งท้องทะเล คือ  ฉลาม
ฉลามมี 2 ชนิดคือ ฉลามหน้าดิน ฉลามหน้าน้ำใน
สถาบันวิทยาศาสตร์ท้องทะเล มีห้องที่ให้เรียนรู้ด้วยตนเอง ในเรื่องของสัตว์ที่มีพิษในท้องทะเลที่ควรระมัดระวังด้วย
    สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลจัดว่าเป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทอาคารสถานที่ ซึ่งเป็นสถานที่ ที่มีแหล่งการเรียนรู้ภายใน   บุคคล  ได้แก่วิทยากรซึ่งได้ให้ความรู้  วิธีการ  มีกิจกรรมให้ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง
                                                   หอศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออก



      
      หอศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกมีวิทยากรแนะนำเกี่ยวกับหอศิลปวัฒนธรรม ภาคตะวันออก และได้เข้าไปศึกษาโดยมี อาจารย์ ว่าที่เรือตรี ดร.อุทิศ บำรุงชีพ เป็นผู้นำทัศนศึกษาข้างใน และ ได้ชมวิดิทัศน์นำเสนอเกี่ยวกับข้อมูลของหอศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกวัตถุประสงค์ของหอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก1.เพื่อเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรม การบริการวิชาการทางด้านทัศนศิลป์และศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออก2.เพื่อเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย


โดยภายในก็จะนำเสนอเกี่ยวกับ
 ชนต่างวัฒนธรรมในภาคตะวันออกได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในภาคตะวันออกได้แก่ คนชอง คนจีน คนญวณ คนลาวและไทยมุสลิมคนชองเป็นชนพื้นเมืองกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในเขตป่าภาคตะวนออก บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ชอบอาศัยอยู่ตามป่าเขา ที่ราบระหว่างหุบเขาซึ่งเป็นป่าทึบคนจีนเข้ามาตั้งรกรากในภาคตะวันออกตั้งแต่อยุธยาสืบเนื่องถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะตามเมืองท่าชายทะเล ชาวจีนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจการค้า การประมงคนญวณสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กลุ่มชาวญวณได้อพยพเข้ามายังดินแดนประเทศไทยครั้งใหญ่และได้ตั้งถิ่นฐานกระจายกันออกไปคนลาวดินแดนภาคตะวันออกตั้งแต่เขตนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ไปยังชลบุรีนั้นชุมชนบ้านเมืองส่วนใหญ่เกิดจากการกระจายตัวของพวกลาวคนไทยมุสลิม
มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีเชื้อสายมาจากมลายูและเขมร

แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออกนำเสนอรายละเอียดดังนี้

บริเวณภาคตะวันออกของไทย พบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ปีมาก่อน ซึ่งแบ่งประเภทตามลักษณะภูมิประเทศในการตั้งถิ่นฐานกลุ่มที่ ๑ บริเวณเพิงผาและถ้ำบนเทอกเขาสูง สันนิษฐานว่าเป็น กลุ่มชนที่ดำรงชีพด้วยการหาของป่าและสัตว์ป่ากลุ่มที่ ๒ บริเวณที่ราบเชิงเขา สันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มคนที่ขยายตัวลงมาจากกลุ่มแรก รู้จักการทำมาหากินแบบเกษตรกรรมระดับหมู่บ้านกลุ่มที่ ๓ บริเวณเนินดินที่ล้อมรอบด้วยป่าชายเลนหรือป่าโกงกาง ในสมัยโบราณพื้นที่บางส่วนของภาคตะวันออกเป็นทะเล ซึ่งพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ดอนเป็นเนินดินล้อมรอบด้วยทะเล ชุมชนพึ่งพาอาหารจากทะเลเป็นหลัก1.แหล่งโบราณคดีบ้านโคกระกา ต.หน้าประดู่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี : เป็นชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว2.แหล่งโบราณคดีโคกกะเหรี่ยง (โคกฝรั่ง) ต.บ้านเก่า อ.พานทอง จ.ชลบุรี : เป็นชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว3.แหล่งโบราณคดีโคกพนมราบ ต.สิบเอ็ดศอก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา : เป็นชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุประมาณ ๔,๐๐๐ ถึง ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว4.แหล่งโบราณคดีหนองโน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี : แหล่งโบราณคดีที่เป็นเนินดินอยู่กลางทุ่งนา พบร่องรอยการตั้งชุมชนอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุด ๔,๕๐๐ ถึง ๔,๐๐๐ ปี6.แหล่งโบราณโคกพนมดี ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี : เป็นชุมชนชายฝั่งทะเลสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุประมาณ ๔,๐๐๐ ถึง ๓,๕๐๐ ปีมาแล้ว พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์เช่น ขวานหินขาด เครื่องมือหิน เป็นต้น7.แหล่งโบราณคดีเขาฉกรรจ์ ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว : มีอายุอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ประมาณ ๒,๐๐๐ ปี มาแล้ว มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูน8.แหล่งโบราณคดีถ้ำสมพุง ต.หนองหว้า อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว : ภายในถ้ำพบร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์9.แหล่งโบราณคดีบ้านโคกมะกอก ต.เขาสามสิบ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว : เป็นชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว พบหลักฐานเป็นโครงกระดูกมนุษย์ กำไรสำริด เป็นต้น10.แหล่งโบราณคดีถ้ำเจ็ดชั้น เขาวง ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง : มีอายุอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณ ๔,๐๐๐ ถึง ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูน พบภาชนะดินเผา หินลับ เปลือกหอย เป็นต้น11.แหล่งโบราณคดีถ้ำละคร เขาวง ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง : มีอายุอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณ ๔,๐๐๐ ถึง ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว มีลักษณะเป็นเชิงผา พบภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ เครื่องมือหิน เป็นต้น12.แหล่งโบราณคดีถ้ำเสือเท้ว เขาวง ตงกองดิน อ.แกลง จ.ระยอง : มีอายุอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณ ๔,๐๐๐ ถึง ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว มีลักษณะเป็นเชิงผา พบภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ เครื่องมือหิน เป็นต้นสื่อที่ใช้ในหอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออกการศึกษานอกสถานที่ คือการไปเยี่ยมชมหอศิลปะและวัฒนาธรรมภาคตะวันออกนิทรรศการ คือการจัดนิทรรศการภาพเขียน งานศิลปะต่างๆโทรทัศน์ คือการบอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับจังหวัดปราจีนบุรี ศรีมโหสถ รอยพระพุทธบาท สระน้ำโบราณ เป็นต้นภาพยนตร์ เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา วัตถุประสงค์ของหอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออกการบันทึกเสียง วิทยุ ภาพนิ่ง  เป็นการบันทึกเสียงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของการดำรงชีวิตของกลุ่มคนในจังหวัดชลบุรีในสมัยก่อน  ทัศนสัญลักษณ์ จะเป็นแผนที่ในภาคตะวันออกและแผนที่หอศิลวจนสัญลักษณ์ คือ อาจารย์อุทิศ และ วิทยากร ซึ่งเป็นผู้มาให้ความรู้







 

 












วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล

ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ

       ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ หรือ ดร.ต่าย หัวหน้าห้องปฏิบัติการไมโครอะเรย์แบบครบวงจร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
 ดร.นิศรา ภายใต้การทำงานในห้องปฏิบัติการ

อีกมุมหนึ่งของ ดร.นิศรา  


รางวัลที่ได้รับ
   "รางวัลทุนวิจัยลอรีอัลเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์"
   "รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากสภาวิจัยแห่งชาติ ชุดตรวจเชื้อก่อโรคในอาหาร"
   "รางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ดีเด่นของประเทศไทย พระราชทานจากพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรม    ราชกุมารี"
         ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรางวัลในระดับประเทศ
    นอกจากนี้ยังมีรางวัลในระดับโลกอย่าง การได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 43 ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จากทั่วโลก เพื่อเข้าร่วมเวทีประชุมวิชาการระดับโลก World Economic Forum (WEF) อีกทั้งยังได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ให้ดำรงตำแหน่งประธานร่วมขององค์กรเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของโลก พร้อมทั้งได้รับเชิญจากผู้แทนพระองค์ราชินีอังกฤษ ในประเทศแคนาดา ให้เป็น 1 ใน 14 คน ที่จะเข้าร่วมเสวนาวิทยาศาสตร์ โดย ดร.นิศรา เป็นตัวแทนคนเดียวจากทวีปเอเชียอีกด้วย
 
องค์ความรู้ที่ได้รับ
     สำหรับการเสวนานั้น เป็นการจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองทางวิทยาศาสตร์ ในการพัฒนาประเทศแคนาดา โดยดร.นิศรา ได้เสนอมุมมองว่า นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ๆ คือบุคคลที่ไม่ควรถูกมองข้าม เนื่องจากยังมีไฟแรง และยังคงคิดนอกกรอบ ทำให้มีการเปิดมุมมองความสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เพื่อช่วยสร้างเสริมให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะที่แคนาดาควรนำไปพิจารณา

         หากย้อนกลับไปในสมัยวัยเยาว์ ดร.นิศรา คือชาวจังหวัดนครสวรรค์ ที่สนใจคณิตศาสตร์ตั้งแต่เด็ก เพราะคุณแม่เป็นครูสอนคณิตศาสตร์ และคุณพ่อเป็นอาจารย์สอนจิตวิทยาเด็กในมหาวิทยาลัย ซึ่งเน้นการสอนให้รู้จักคิดอย่างมีเหตุมีผล

        ดร.นิศราตั้งใจเรียนในห้อง และตั้งใจฟังครูมาก เพราะเป็นคนไม่ชอบท่องจำ จึงพยายามตั้งใจเรียนให้เข้าใจ อีกทั้งฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ร่ำรวย จึงไม่ค่อยได้เรียนพิเศษมากเท่าไหร่ เน้นการถามคุณครูในยามที่ไม่เข้าใจมากกว่า เนื่องจากเป็นคนช่างพูดช่างถาม จึงทำให้เรียนรู้เรื่องและมีผลการเรียนที่ดี

         ทั้งนี้ ดร.นิศรา บอกว่าตนเองมีพี่สาวเป็นแรงบันดาลใจ เพราะพี่สาวเรียนเก่งมาก จึงใฝ่ฝันอยากจะเป็นให้ได้เหมือนพี่สาว ทำให้ตั้งใจเรียนและสอบเทียบข้ามชั้น เพราะอยากสอบเข้าแพทย์ตามพี่สาว ก่อนที่จะมีโอกาสได้สอบชิงทุนรัฐบาลไทยเพื่อไปเรียนหนังสือที่ต่างประเทศ โดยดร.นิศรา เลือกสอบทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์ สายวิศวกรรมเคมี กับ ทุนกระทรวงต่างประเทศ สายเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ซึ่งเธอก็สอบผ่านทั้ง 2 ทุน แต่เมื่อต้องเลือกเพียง 1 ทุน ดร.นิศราจึงขอเลือกสายวิทยาศาสตร์อย่างที่ชอบ
  ส่วนเคล็ดลับในการประสบความสำเร็จของดร.นิศรานั้น เธอบอกว่า จะต้องเลือกทำในสายงานที่ตัวเองรัก ไม่ท้อแท้กับงานหนักและเหนื่อยในการใช้สมอง และความโชคดีของเธอก็คือมีครอบครัวและคนรอบข้างที่ดี ที่จะคอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้มีกำลังใจในการทำงาน

        "ชีวิตของเราทุกคน เราเป็นคนสร้าง อยากให้ชีวิตของต่ายได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน เพื่อให้มุ่งมั่นตั้งใจและเพิ่มพูนศักยภาพของตนเอง อย่าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ขอเพียงแค่มุ่งมั่นตั้งใจ และเลือกในสิ่งที่อยากทำ รวมทั้งรักในสิ่งที่ทำอยู่ ก็จะผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้" คือคำพูดปิดท้ายของ ดร.ต่าย นิศรา นักวิทยาศาสตร์คนนี้

จุดเด่น
        นี่คือตัวอย่างของคนที่มีความพยายาม และหาตัวเองจนเจอว่าอะไรคือสิ่งที่ใช่สำหรับชีวิต รวมทั้งยังเป็นตัวอย่างของความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หวังว่าเรื่องราวดี ๆ ของหญิงเก่งมากความสามารถคนนี้ จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้นำเธอไปเป็นแบบอย่าง

อ้างอิงจาก  http://www.unigang.com/Article/6448



นายเหลือ  เปรมปราคิน


องค์ความรู้ที่ได้รับ 
    คุณลุงนักประดิษฐ์จานดาวเทียมจากกระทะเก่า ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมของในหลวง คุณลุงใช้ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการลองผิดลองถูกประกอบจานดาวเทียมขึ้น เพื่อมอบให้กับโรงเรียนไว้ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนให้แก่เด็กๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา

    ณ บ้านไม้หลังเล็กๆ ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วแออัดไปด้วยวัสดุสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย ที่ดูเหมือนกองขยะที่ไร้ค่า แต่จะมีใครรู้ว่ามันมีค่าสำหรับชายร่างสูงใหญ่วัยเกือบ 80 ปี ที่วันๆ หนึ่งเกือบตลอด 24 ชั่วโมงใช้วันเวลาหมดไปกับการนั่งคิด สร้างสรรค์ ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ตามหัวคิดแบบชาวบ้านๆ 

    "เหลือ เปรมปราคิน" หรือ "ลุงเหลือ" อดีตลูกจ้างประจำของกรมชลประทาน ที่เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 22 ปี จนกระทั่งถึงวัยปลดเกษียณ ที่ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักกันดี 
ใช้ฝาหม้อทำจานสะท้อนสัญญาณ

การสร้่างจานดาวเทียมจากลวดและการคำนวนจุดรวมสัญญาณ

จานดาวเทียมแบบเคลื่อนที่ได้

จุดเด่น
    "ตอนเด็กๆ ผมชอบแกะนู้นแกะนี่ ชอบสงสัยว่าเครื่องยนต์กลไกมันเป็นอย่างไร และผมก็เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองตลอด ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด คอมพิวเตอร์ เครื่องยนต์กลไก การออกแบบโครงสร้างต่างๆ รีโมทคอนโทรล เครื่องไฮโดรริก ช่างเชื่อม ช่างไฟฟ้า ช่างก่อสร้าง และอื่นๆ อีกทุกชนิด ทุกวันนี้ผมก็ยังศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่ผมยังไม่รู้อีกมากมาย ผมว่าการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่" 

ในขณะที่ปากลุงเหลือกำลังบอกเล่าถึงอดีตที่ผ่านมา พร้อมๆ กับมือที่กำลังขวานหาสิ่งประดิษฐ์มากหน้าหลายตาออกมาอวดให้ยลโฉม ไม่ว่าจะเป็น หมวกกันน๊อคที่สามารถฟังเพลงได้ เครื่องตัดหญ้าแบบใช้รีโมทคอนโทรล เครื่องใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องบินบังคับวิทยุ แม้กระทั่งเครื่องบินเล็กที่ใช้ขับได้จริง สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ล้วนเกิดจากเศษวัสดุเหลือใช้ทั้งนั้น 

   แต่ในจำนวนสิ่งประดิษฐ์ที่ผ่านมันสมอง ผ่านหัวคิดสร้างสรรค์ จินตนาการแบบลุงเหลือ ก็คงไม่มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นไหนน่าทึ่งเท่ากับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ นั่นก็คือ "จานดาวเทียมกะทะเหล็ก"

รางวัลที่ได้รับ
     ปริญญาคุรุศาตร์บัณฑิตกิติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยี นวัตกรรมการศีกษา มหาวิทยาลัย ราชภัฏเชียงใหม่

จุดเด่น
  ตำพูดที่ว่า"ผมไม่คิดที่จะทำขาย หรือจดลิขสิทธิ์ ผมอยากให้ความรู้กระจายไปในทุกพื้นที่ ดังนั้นผมถือว่ามันเป็นกุศลที่ผมได้มอบให้กับคนอื่น อันดับแรกคือร่างกายผมไม่ป่วยยังแข็งแรงดี สองผมความจำยังดียังทำประโยชน์ได้ และสามคือผมพออยู่พอกินไม่ได้อยากร่ำรวยอะไร เพราะฉะนั้นเรื่องเงินเรื่องเล็ก ถ้าตัวเราอยู่สุขสบายแล้วล่ะก็ วิธีคิดเหล่านี้ผมได้มาจากพระราชดำรัสของในหลวง คือคิดอะไรให้มันง่ายๆ เข้าไว้อย่าสลับซับซ้อน คนอื่นเขาจะได้ทำตามได้" 

...นี่คือปณิธานของชายชราผู้หนึ่งที่ตระหนักถึงคำว่า "ให้" และ "พอเพียง" อย่างแท้จริง ในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้รับมากกว่าการเป็นผู้ให้

อ้างอิงจาก http://hilight.kapook.com/view/21103/3

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สัปดาห์ที่ 2 แหล่งการเรียนรู้ทั้ง 31แหล่ง



แหล่งการเรียนรู้ 31 แห่ง 

     พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้

     ทั้งหมดจัดเป็นประเภทแหล่งการเรียนรู้  สถานที่โดยทั้งนี้สามารถแบ่ง สถานที่แต่ละสถานที่ได้เป็นประเภทดังนี้











ภาพด้านหน้าของสถาบันวิทยาศาตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา


การประเมินแหล่งการเรียนรู้ 1 แหล่ง
สำหรับแหล่งการเรียนรู้ ที่นำมาประเมิณนั้น ในที่นี้จะเลือก สถาบันวิทยาศาตร์ทางทะเล ซึ่งตั้งอยู่ใน
มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี สำหรับสาเหตุที่เลือกประเมิณเพราะว่าเป็นสถานที่ ที่ค่อนข้างเป็นที่
รู้จักทั้งคนในพื้นที่และ คนนอกพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ ที่อยู่ใกล้กับสถานศึกษาของผู้เขียนเองด้วย

    องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้  ซึ่งในที่นี้ก็คือ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางงทะเล สิ่งที่เป็นความรู้หลักของการจัดการความรู้นี้ นั้นก็คือ  ความรู้โดยทั่วไป  เที่ยวกับทะเล  โดย เฉพาะชายฝั่งด้านตะวันออก  ทั้งระบบนิเวศทางทะเล  ธรรมชาติของทะเล  ตัวอย่างสัตว์น้ำพี่พบในชายฝั่งและตัวอย่างสิ่งมีที่วิตที่ห่างชายฝั่งออกไป  พร้อมทั้งความรู้ เกี่ยวกับปลาทะเล ทั้งปลากรดูกอ่อน และปลากระดูกแข็ง กลไกการหาอาหาร,การป้องกันตัว,การสืบพันธุ์ พร้อมทั้งวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในทะเล ในมหายุคตามมาตราธรณีกาล

     กลุ่มเป้าหมายหลัก / กลุ่มผู้เรียนหลัก  สำหรับแหล่งการเรียนรู้แหล่งนี้ มีจุดมุ่งมายให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้เป็นแหล่งการเรียนรู้เพิ่มเติ่มเกี่ยวกับวิทยาศาตร์ทางทะเล แต่โดยส่วนมากแล้ว ผู้ชมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักศึกษาหรือนักเรียนที่มาศึกษา ค้นคว้า เกี่ยวกับความรู้ทางด้านทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเรียนนิสิตและนักศึกษาที่อยู่ในภูมิภาคที่ไม่ติดทะเล

     วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน/กลุ่มเป้า   การจัดกระบวนการเรียนรู้นั้นผู้เผยแพร่ความรู้ให้วีธีการจัดบรรยายความรู้โดยผ่านวิทยากร และ สือ ป้ายคำบรรยาย  และเน้นให้ผู้เรียนเน้นการสั่งเกตุด้วยตัวเองผ่านสิ่งสั้ตว์ที่นำมาจัดแสดง เพื่อให้เกิดกระบวนการสังเกตุ ซึ่งเป็นไปตามหลักวิทยาศาตร์

     รูปแบบ / วิธีการ / เทคนิคการนำเสนอ   ใช้รูปแบบนิทรรศการมีการแสดงตัวอย่างทั้งส่วนที่มีชีวิต และส่วนที่ไม่มีชีวิต  พร้อมทั้งคำบรรยาย บอกถึงคุณสมบัติลักษณะพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตอื่น

     มีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียน   กลุ่มเป้าหมายคือประชาชนทั่วไป  แต่ทางสถาบันทีการเน้นไปที่กุล่มนักเรียนนักศึกษา ซึ่งมาทั้งการจัดโซนถ่ายรูป การมีวิทยากรมีบรรยายความรู้ที่จัดขึ้น  พร้อมทั้งมีการจัดการแสดงการให้อาหารสัตว์ทะเล  ซึ่งมีผลทำให้ผู้ชมที่เป็นเด็กเกิดความประทับใจ และเมื่อเกิดความประทับใจแล้วผู้เรียนจะเกิดกระบวนการจำที่ดีมากกว่าการเจ้าฟังบรรยายธรรมดา

     สามารถเชื่อมโยงกับการศึกษา ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย  ความเชื่อมกับการศึกษาในระบบมีความสัมพันธ์ที่ว่า  ครู หรือผู้สอนมีการออกแบบหลักสูตรโดยให้นักเรียนศึกษาจากสถานที่จริง ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้การจดจำที่ยาวนาน  ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กับหลักสูตร และการวัดผลที่กำหนดไว้แน่นอนอยู่แล้วซึ่งช่วยในการเรียนในระบบ สำหรับการศึกษานอกระบบนั้น ได้มีการเปิดโอกาศให้ผู้เรียนจากสถาบันต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนที่มีความยืดหยุ่นสูง และการศึกษาตามตามอัธยาศัยนั้น ก็ได้เปิดโอกาศให้ผู้เรียนรู้ทุกเพศทุกวัยเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้ที่่เกิดขั้นนี้  และสำหรับเปล่าหมายการเรียนรู้นั้นก็เพื่อความรู้  และ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์